คำพยากรณ์โลกล่มสลาย ในหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์
ข้อมูลหลายประการ บนโลกมีลักษณะเริ่มสะสม ออกซิเจนมาราว 2.4 ล้านปีจาก
ต้นแบบของ สัตว์และพืช แต่ในยุค ค.ศ. 2000 กลับต้องชวนให้คิดถึงบทบาทของ
ไฮโดรเจน จุลชีพถูกทำลายโดยโมเลกุลของน้ำ ที่แตกออกเป็นชิ้นๆจากขบวนการ
สังเคราะห์แสง ดังเช่นมวลของสาหร่ายบางชนิดจากก๊าซมีเทน และท้ายที่สุดยังไป
ทำลายไฮโดรเจนจดจรดขอบอวกาศ ด้วยการหลุดพ้นออกไปหากคิดเป็นจำนวน
เปอร์เซนต์แล้ว มากเกินจุดที่ควรจะเป็น
ดาวอังคารในวันนี้คงเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า บรรยากาศเหลือน้อยเต็มทีด้วย
ผลกระทบปัญหาทั้งหมดจากปฎิกิริยาน้ำต่อการสังเคราะห์แสงที่ยาวนาน จนทำให้
คาร์บอนไดออกไซด์ และหินดัดแปลงแร่ธาตุ เป็นสารประกอบของแร่ถ่านกลับสู่
บรรยากาศอย่างหนาแน่น
และคงจะต้องเป็นอย่างนั้นต่อไปกาลนาน เพราะดาวอังคารล่มสลายจากการหยุด
ของระบบภูเขาไฟ และเย็นตัวโดยสิ้นเชิงไปแล้ว ไม่สามารถจะเปลี่ยนโครงสร้าง
แร่เป็นชนิดอื่นๆเช่นบนโลกได้อีก
อย่างไรก็ตามทางทฤษฎี ดาวอังคารมีก๊าซไนโตรเจนน้อย ยิ่งเป็นคำตอบชัดแจ้ง
จะไม่เกิดอะไรในอากาศ ของบรรยากาศได้ นอกจากอากาศหลุดพ้นออกไปเรื่อยๆ
เท่าที่ทราบปัญหาเล็กๆเพียงการชนปะทะ สามารถจะกัดกร่อนทำให้ชั้นบรรยากาศ
ใหญ่โตหายไปได้หรือ คำตอบที่อธิบายได้อย่างง่ายๆ คือ การชนปะทะโดยธรรม
ชาติที่มีขนาดใหญ่นั้นมีโอกาสน้อย
แต่การชนปะทะอย่างต่อเนื่องตลอด 3.8 พันล้านปี บนดาวอังคารมีความถี่ และ
ขนาดวงกว้างไปเรื่อย จนกระทั่งเกิดการปะทะครั้งใหญ่ขึ้น อาจจากดาวหางหรือ
ดาวเคราะห์น้อยจึงทำให้สัมฤทธิ์ผลเสียหายครั้งใหญ่จนสามารถทำให้อากาศหลุด
พ้นออกไปเกือบสิ้น
เมื่อกลับมามองโลก การเทียบเคียงมีระดับอันตรายต่อการรั่วหลุดพ้นของอากาศ
ถ้าไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลง ในวันนี้ไฮโดรเจน หลุดพ้นรั่วไหลจำกัดอย่างที่ละน้อย
เหตุเพราะด้วยหลักการ และท่าทางของก๊าซ ไอน้ำ ที่เกาะตัวกันเป็นของเหลวใน
ชั้นต่ำของชั้นบรรยากาศโลกเป็นฝน กลับคืนสู่พื้นดิน
แต่อนาคต แสงดวงอาทิตย์จะค่อยๆสว่างจ้าขึ้น 10% ในทุกๆ 1 ล้านปี ซึ่งมนุษย์
อาจไม่รู้สึก เพราะค่อยเป็นค่อยไป เมื่อดวงอาทิตย์สว่างจ้าขึ้นต่อเนื่องการสะสม
ชั้นบรรยากาศทำให้โลกอุ่นขึ้นตามลำดับ จำนวนไฮโดรเจนก็จะไหลหลุดพ้นออก
สู่อวกาศอย่างมากมายเป็นเงาตามตัว
การเปลี่ยนแปลงมีความคาดหมาย จะเกิดขึ้นได้เมื่อดวงอาทิตย์สว่างขึ้น 10%
จากนี้ โดยใช้เวลาราว 1 ล้านปี และหลังจากนั้นราวล้านปีถัดไปมหาสมุทรของโลก
จะแห้งหาย โลกจะสู่ยุคแห้งแล้งมีแต่ทะเลทราย ขั้วน้ำแข็งจะหดขนาดลง เหลือ
ร่องรอยของเหลวที่น้อยนิด
หลังจากนั้นอีก 2 ล้านปี ดวงอาทิตย์จะรุกเร้าเพิ่มความโหดร้ายต่อโลกอย่างไม่เว้น
จนน้ำหายไปหมดสิ้น เกิดสภาวะเรือนกระจกแผ่กว้างอย่างแข็งแกร่ง ความร้อน
ส่งผลจนหินบนพื้นหลอมละลายและโลก ก็จะเป็นเช่นดาวศุกร์แห้งแล้งอย่างถาวร
ปราศจากสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ และ
ผลกระทบจากการขยายตัวของดวงอาทิตย์ ตำแหน่งโลกก็จะเปลี่ยนแปลง ดาวพุธ ดาวศุกร์ หายไปในเวลา 6.5-6.7 พันล้านปี