Space wars : สงครามอวกาศ [หน้า 1 /2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                              Latest update : Oct 17, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Space wars : สงครามอวกาศ [หน้า 1/2]
 
 
 
ราว 2-3 ศตวรรษหน้า การใช้อาวุสงครามในอวกาศ ไม่เพียงจะมีในเกมส์หรือใน
ภาพยนต์เท่านั้น มีความเป็นจริงจะเกิดขึ้นได้ จากประเทศมหาอำนาจบางประเทศ
ที่ได้แอบ ทำการทดลองทางอวกาศอยู่อย่างลับๆและไม่ลับ ในรูปแบบต่างๆ

ความสำคัญการสงครามคือ ตัวบ่งชี้ต่อการแย่งชิงทรัพยากรโลก เกิดขึ้นเป็นปัจจัย
หลัก ในสงครามทุกยุคทุกสมัย การให้เกิดความได้เปรียบ ประสบชัยชนะนอกจาก
แผนการรบที่แยบยลแล้ว เทคโนโลยีก็เป็นสิ่งที่ ชี้ชะตาความสูญเสียของทั้งสอง
ฝ่ายได้

สิ่งที่เกิดขึ้นในศตวรรษนี้ คือ ความร่วมมือหลายชาติของโลก ได้เปิดเผยจะใช้ห้วง
อวกาศเป็นสนามรบ เพื่อความได้เปรียบของสงครามอนาคต จากเทคโลยีสำคัญ
ของโลก ถูกเชื่อมโยงด้วยการสื่อสารด้วยดาวเทียม นับเป็น จุดอ่อนของประเทศ
ชั้นนำทั้งหลาย
 
 
โครงการอาวุธต่อต้านดาวเทียมภาคพื้นดิน เหนือระดับน้ำทะเล 6,24O ฟิต
ตั้งอยู่บริเวณ ทิศใต้ของฐานทัพอากาศ Kirtland ใน New Mexico
 
 
ศูนย์ปฎิบัติการ European Space Agency
 
 
ตำนานดาวเทียมดวงแรก ถึงจำนวนดาวเทียมปัจจุบัน

50 ปีที่แล้ว ประเทศโซเวียต ได้ส่งดาวเทียมดาวแรกของโลกสู่วงโคจรได้สำเร็จ
ชื่อ Sputnik ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 ปัจจุบันหุ่นจำลองดาวเทียมแสดงไว้ที่
National Museum of Air Force in Dayton, OH ประเทศสหรัฐอเมริกา

ณ วันนี้จากข้อมูลเดือน ตุลาคม ค.ศ.2008 รวบรวมโดย Dr. T.S. Kelso ได้แสดง
จำนวนดาวเทียม ตั้งแต่ขนาด 10 ซม. ขึ้นไป มีจำนวนทั้งสิ้น 33,395 ดวง โดยยัง
โคจรใช้งานอยู่เพียง 13,019 ดวง และส่วนที่เหลือ 20,376 ดวง อยู่ในสภาพหมด
อายุการใช้งาน มีอุปสรรคในด้านต่างๆ เช่น ขาดแคลนเงินลงทุน ระบบสั่งการผิด
พลาด เป็นต้น ทั้งหมดจึงรอการผุพังเป็นขยะอวกาศ
 
 
Sputnik ดาวเทียมดวงแรกของโลก
 
 
Vanguard I ดาวเทียมของประเทศอเมริกา ช่วงปี 1957 -1958 จากความร่วมมือ 3 สถาบันคือ
U.S. Army - U.S. Air Force และ Naval Research Laboratory (NRL)
ในโครงการวิทยาศาสตร์ International Geophysical Year
 
 
สภาพขยะอวกาศ หากมองเห็นได้ คือ ดาวเทียมพิการ ที่ชำรุดเป็นจำนวนมาก
 
  รูปแบบดาวเทียมจำนวนนับหลายหมื่น มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แบ่งได้โดย
สังเขปดังนี้

1.Weather & Earth Resources Satellites ดาวเทียมตรวจสภาพอากาศ
   และทรัพยากรโลก เช่น ตรวจเก็บข้อมูลพายุ ตรวจสอบแหล่งแร่่-น้ำมัน เป็นต้น
2.Communications Satellites ดาวเทียมสื่อสาร เช่น สถานีโทรทัศน์ ระบบของ
  อินเตอร์เนท โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
3.Navigation Satellites ดาวเทียมนำทาง เช่น ใช้กับระบบ GPS ในรถยนต์ เรือ
  เครื่องบิน กล้องดูดาว เป็นต้น
4.Scientific Satellites ดาวเทียมทางวิทยาศาสตร์ เช่น สำรวจดวงอาทิตย์
5.Miscellaneous ดาวเทียมประเภทอื่นๆ เช่น ดาวเทียมทางทหาร ดาวเทียมเรดาห์
  เป็นต้น
 
 
Weather & Earth Resources Satellites
 
 
Communications Satellites (ตำแหน่งเล็กๆ เรียงแถวอยู่รอบโลก)
 
 
Navigation Satellites
 
 
Scientific Satellites
 
 
International Space Station ฐานทัพอวกาศด้านวิทยาศาสตร์

เพื่อให้มองเห็นถึง จุดสำคัญทางเทคโนโลยี่ด้านอวกาศของวันนี้ โครงการสถานี
อวกาศสากลหรือ ISS เกิดขึ้นโดยมีภาระกิจด้านวิทยาศาสตร์มากมาย เพื่อรอคอย
คอยการทดลองสรุปผล เมื่อ ค.ศ. 1998

ระดับวงโคจร Low Earth orbit เหนือจากผิวโลกราว 350 กิโลเมตร (สามารถมอง
ลงมาเห็นโลกได้ด้วยตาเปล่า) โคจรด้วย ความเร็วเฉลี่ย 27,700 กม. ต่อชั่วโมง
เท่ากับโคจรรอบโลกได้ 15.77 รอบต่อวัน จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2008 โคจรรอบ
โลกไปแล้ว 57,084 รอบ นับเป็นระยะทางกว่า 2,000,000,000 กิโลเมตร

มีขนาดยาว 58.2 เมตร (191 ฟุต) กว้าง 44.5 เมตร (146 ฟุต) กว้างรวม Solar arrays (แผงพลังงานแสงอาทิตย์) 73.15 เมตร (240 ฟุต) และสูง 27.4 เมตร
(90 ฟุต) น้ำหนักรวมประมาณ 419,600 กิโลกรัม และพื้นที่ใช้สอย 424.75 ตรม.
(15,000 ตร.ฟุต) มีชื่อเรียกขนาน ในระบบ NASA ว่า Alpha

เป็นความร่วมมือของ United States (NASA) - Russia (RKA) - Japan (JAXA) -
Canada (CSA) - European countries (ESA) - Brazilian Space Agency
(AEB, Brazil) - Italian Space Agency เป็นต้น มีเป้าหมายเสร็จสมบูรณ์ภายใน
ปี ค.ศ. 2010 หลังจากนั้นจะยังอยู่ในวิถีโคจรจนถึง ค.ศ. 2016
 
 
International Space Station
 
 
International Space Station
 
 
แนวโน้มโอกาสเกิดสงครามอวกาศ รูปแบบใหม่แห่งอนาคต

ความเป็นไปได้จริงหรือต่อความเห็นดังกล่าว จากความหนาแน่นเพิ่มขึ้นในทุกๆปี
ของดาวเทียม พอมองเห็นหนทางถึง ความได้เปรียบเชิงเศรษฐกิจประเทศเจ้าของ
ดาวเทียม ซึ่งนำมาเรื่องผลประโยชน์และอำนาจ เมื่อถึงจุดหนึ่งอาจนำมาซึ่งความ
ขัดแย้ง เป็นชนวนเหตุมุ่งสู่การทำลาย ล้างกันได้

ดาวเทียมสอดแหนม (Spy satellites) หรือดาวเทียมทางทหารเป็นเป้าหมายแรก
ที่ถูกโจมตี โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผล ถัดมาดาวเทียมเชื่อมโยงการสื่อสารของ
ประเทศกลุ่มคู่สงคราม ก็คงจะเป็นเป้าหมายต่อไปก็เป็นได้ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นผล
กระทบต่อประชากรโลก คงเกิดปัญหาใหญ่ แม้ไม่เกิดการเสียชีวิตก็ตาม

แต่ระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันจะนำพาไปสู่วิกฤตได้ เหมือนตายทั้งเป็นและการ
ทำลายดาวเทียม มิจำเป็นต้องยิงอาวุธให้ระเบิดแตกออกเป็นซากผุยผง เพียงแต่
ยิงคลื่นความถี่สูงไปยังเป้าหมาย เช่นหลักการเดียวกับ Killer electrons in space
ผลที่เกิดทำให้ระบบทำงานผิดพลาด สะดุดหยุดลงก็ถือว่าได้ผลเกินคาดแล้วเพราะ
ไม่สามารถที่จะขึ้นไปซ่อมแซมให้ใช้งานได้อีก กว่าจะส่งดาวเทียมใหม่ขึ้นไปได้
คงใช้เวลานับเดือน
 
 
Spy satellites มักเป็นของกองทัพที่ลาดตระเวณอย่างเงียบๆ
 
 
US Spy Satellites หนึ่งในจำนวนมากของประเทศอเมริกา
 
 
US Spy Satellites ในโครงการ Project Key Hole ค.ศ.1960-1970 เกี่ยวข้องกับ CIA
 
 
ความเห็นที่โต้แย้งและคัดค้าน

บางกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญ ยังมีความเห็นในทางตรงกันข้ามด้วย เหตุผลว่า ดาวเทียม
ในอวกาศ ทั้งหมด ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องโจมตี ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีฐานทัพอวกาศ
ที่จะเป็นเป้าหมายเพื่อการสงคราม และการพัฒนาระดับสูงในเรื่องต่อต้านดาวเทียม
สงคราม กองทัพของชาติต่างๆยังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง

พร้อมกับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาการ อาวุธสงครามอวกาศมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และ
ประเด็นสำคัญการใช้อวกาศทดลอง เป็นเรื่องที่ต้องมีคุณภาพของแบบแผนสูงมาก
มิฉะนั้นน่าวิตก ต่อระบบดาวเทียมต่างๆนับหมื่นที่โคจรอยู่รอบโลก รวมทั้งอากาศ
ยานต่างๆ ทางพาณิชย์ จึงมีความไม่เห็นพ้องถึงโอกาสการเกิดสงครามอวกาศ

ความหมายคำว่า สงครามอวกาศ

Space wars เป็นคำที่คุ้นเคยในเกมส์และภาพยนตร์ให้เราเข้าใจง่าย ในความเป็น
จริงแล้ว จากการทำนายอนาคต ด้านอากาศยาน ของ U.S. Air Force (กองทัพ
อากาศสหรัฐฯ) ใช้คำว่า Future War (สงครามแห่งอนาคต) เป็นรายงานเอกสาร
ชื่อ Transformation Flight Plan ตั้งแต่ปี ค.ศ.2003 ลงนามโดย John P.Jumper
(General USAF Chief of Staff) และ Dr. James G. Roche (Secretary of the
Air Force) กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ ของยุทธวิธีสงครามจำนวน 176
หน้าสรุปได้ว่า

เป็นสิ่งที่ดีหากกองทัพแห่งสหรัฐฯ มีอุปกรณ์รบด้านอวกาศ และจุดเน้นในรายงาน
สำคัญดังกล่าว เหตุผลหลักจะทำให้แนวทางการรบภาพรวม มีความเหนือคู่ต่อสู้
3 ประการคือ

1.เพื่อปกป้องพิทักษ์ทรัพย์สินในอวกาศ (เช่น ดาวเทียมด้านการพาณิชย์)
2.เพื่อการต่อต้านปรปักษ์ ที่จะบุกรุกเขตอวกาศ
3.เพื่อความรวดเร็วต่อการปฏิบัติการของอากาศยาน ที่เข้ายึดครองพื้นที่กลับคืน
  ในกรณี ที่ถูกผู้บุกรุกทำลาย

โดยใช้อาวุธประเภท Laser engagement (การต่อสู้ด้วยลำแสง) - Anti-satellite
missiles (การยิงขีปนาวุธต่อต้านดาวเทียม) - Space-based radio frequency
energyweapons(การทำสงครามด้วย คลื่นพลังงานวิทยุสูงในอวกาศด้วยการกวน
คลื่นสัญญานจากโลกสู่อวกาศ) เป้าประสงค์ในการปฎิบัติการ สงครามพิทักษ์ชาติ
จาก อาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ อาวุธคลื่นวิทยุอาวุธปรมาณ ูและการจู่โจมด้วยวัตถุ
ระเบิดพลังสูง
 
 
Transformation Flight Plan
 
   
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017