Space wars : สงครามอวกาศ [หน้า 2/2]
    Since : January 23, 2007                                                                                                                              Latest update : Oct 17, 2008
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
 
   Space wars : สงครามอวกาศ [หน้า 2/2]
 
 
ปฎิบัติการสร้างอาวุธเพื่อการสงครามยุคใหม่

แม้ว่ามีการคัดค้าน ก็มิใช่สามารถยุติแนวคิดได้ หลายอย่างได้ดำเนินการไปแล้ว
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มีหลักฐานมากมาย เริ่มเกิดขึ้นในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์
ด้านพัฒนาอาวุธสงคราม เช่น
 
 
Kinetic-Energy Interceptors
 
 
 
จรวดสกัดกั้นติดหัวรบ พลังงานจลน์

The Kinetic Energy Interceptors โครงการพัฒนาการยิง ขีปนาวุธพิสัยกลางและ
พิสัยไกล มียุทธวิธีจากฐานยิงเคลื่อนที่ บนพื้นดินและพื้นทะเล จัดเป็นระบบอาวุธ
สงครามอนาคตศักยภาพสูง พัฒนาจากความรู้ด้านขีปนาวุธ (Integrated Ballistic
Missile Defense System) โดยมีเงื่อนไข 3 ประการหลักคือ

1.Land-mobile (ฐานยิงเคลื่อนที่บนพื้นดิน)
2.Sea-mobile (ฐานยิงเคลื่อนที่บนพื้นทะเล)
3.Land-fixed (ฐานยิงไม่เคลื่อนที่บนพื้นดิน)

ส่งสัญญานคลื่นวิทยุ หรือค้นหาเป้าหมายจากสถานีภาคพื้นดิน (Ground-control
stations) มีศักยภาพสามารถยับยั้งดาวเทียม ขณะทยานสู่ท้องฟ้า ให้หายนะก่อน
เข้าสู่วงโคจรในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่ามีเมฆหมอกหนาทึบ การสะท้อนรังสีของ
ดวงอาทิตย์ จะไม่เป็นอุปสรรคใดๆ

นอกจากนั้นยังมีแนวคิด แบบ Garages Interceptors (เก็บขีปนาวุธในอวกาศ)
เพื่อโจมตีขัดขวาง อากาศยานที่มีความเร็วสูงได้ทันถ่วงที การโจมตีมี 2 ระดับคือ

ระดับ Low earth orbit (วงโคจรระดับต่ำเหนือพื้นโลกหรือ LEO ) 100-2,000 กม.
มีอำนาจทำลายล้าง อากาศยานขนาดเล็ก ดาวเทียมที่อยู่ตำแหน่งโคจรระดับต่ำ
ได้แม่นยำสูง

ระดับ Geostationary earth orbit (วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้าหรือ GEO) ประมาณ
36,000 กม.เป็นการโจมตีระดับสูง มีความต้องการพลังงานสนับสนุนเพิ่มกว่าปกติ
ขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนา จากความร่วมมือด้านอวกาศ 8 ประเทศ มีเป้าหมายขั้น
ทดลองราวปี ค.ศ. 2009 และก่อสร้างอาคารบัญชาการระบบให้เสร็จภายใน 20 ปี

Credit :
GlobalSecurity.org
Missile Defense Advocacy Agency
U.S.Department of Defense
The Aerospace Corporation
 
 
 
 
Directed-energy systems
 
 
ระบบพลังงานทิศทางตรง

เป็นการยิง ลำแสงแรงกล้าระยะไกล (Ground-based laser beams) จากภาคพื้น
ดินของโลกไปไกลได้ ถึงดวงจันทร์ เป็นเส้นตรงอย่างแม่นยำถูกต้องสู่เป้าหมาย
โดยประดิษฐ์จากเลนส์ ชนิดใช้สำหรับ Atmospheric distortions (การบิดเบือนใน
ชั้นบรรยากาศ) เป็นพิเศษ เพื่อหยุดยั้งดาวเทียมเป้าหมาย ระดับ Low earth orbit (วงโคจรระดับต่ำเหนือพื้นโลกหรือ LEO ) 100-2,000 กิโลเมตร

การยิงลำแสง (Laser beams) ดังกล่าว ในขนาดไม่รุนแรงทำให้เกิด แสงลานตา
พร่างง (Dazzle) มีผลกระทบไปยังเครื่องมือของดาวเทียม ในจุดที่อ่อนไหวง่าย (Sensitive detectors) ทำให้ระบบขัดข้องเสียหาย เกิดอาการ Erro (ทำงานผิด
พลาด)

การยิงลำแสง (Laser beams) ขนาดรุนแรง ใช้กรณีดาวเทียมทีกำลังมุ่งหน้าเดิน
ทางด้วยความเร็ว สามารถทำให้เสียหายโดย Electronic เจาะไชสู่ผนังดาวเทียม
เข้าสู่ระบบภายในได้ เป็นหลักการเดียวกับ Killer electrons in space

ด้วยลักษณะเดินทางดาวเทียมมีความเร็วสูง มีเส้นทางมากมายรอบโลกในขอบ
ฟ้าและมีโอกาส เพียงครั้งเดียวในการเล็งยิงจากภาคพื้นดิน ฉะนั้นหากสามารถนำ
ระบบ Laser beams ติดตั้ง ไปกับเครื่องบินหรือดาวเทียม เพื่อทำการ Redirect (ปรับทิศทาง) สะท้อนลำแสงไปเป้าหมายอีกชั้นหนึ่ง จะมีศักยภาพน่าเกรงขามขึ้น

ขณะนี้ Ground-based laser beams ได้เป็นโครงการที่พัฒนาเบื้องต้นเป็นอาวุธ
ประจำสนามบินในการปกป้อง สายการบินพาณิชย์ และทางทหาร ให้ปลอดภัยจาก
การลอบโจมตี และติดตั้งบน Ground combat vehicle (รถต่อต้านการโจมตี) ใช้
ในสนามรบ คาดว่าจะบรรลุผลในไม่กี่ปีข้างหน้า

Credit :
AFRL / Wright-Patterson Air Force Base / U.S. Air Force
Northrop Grumman
 
 
 
 
Co-Orbital Satellites
 
 
ติดตามดาวเทียมในวงโคจร

วัตถุประสงค์ ออกแบบเป็นอาวุธต่อต้านดาวเทียมขนาดเล็ก (Small antisatellite
weapons) หรือ ดาวเทียมขนาดจิ๋ว มีขนาดเท่าเค็กแต่งงาน (Micro-satellites)
เป้าหมายในระดับสูงของวงโคจรเดียวกัน โดยระบบติดตาม ค้นหาเงาดาวเทียม
(ในอวกาศเงาของวัตถุเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแสดงการเคลื่อนที่)

ออกคำสั่งโจมตีทำลายล้างแบบกวาดไปทั่วคล้าย Space mines (สนามทุ่นระเบิด
อวกาศ) ด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็ก มีหัวทรงแหลมที่ยื่นออกมา (Small projectils)
ส่งระบบคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radion-frequency) หรือเปล่งคลื่นไมโครเวฟพลัง
สูง (High-powered microwave) สู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ขณะนี้มีการทดลองในประเทศอิหร่าน (Iranian Space Center) และประเทศจีน
(China’s technological prowess) ทำนองที่คล้ายกัน โดยต้นแบบแนวคิดก่อน
หน้านี้ เรียกว่า Flyswatter (ไม้ตบแมลงวัน) หรือ Large net (ตาข่ายยักษ์) ได้
พัฒนาจากกลุ่มประเทศยุโรป

Credit :
NASA Goddard Space Flight Center
Missile Defense Advocacy Agency
U.S.Department of Defense
Massachusetts Institute of Technology Science Technology and Global Security
 
 
 
 
Space Bomber
 
 
ยานลำเลียงอวกาศ

โครงการสำคัญของ Pentagon พัฒนารูปแบบ Spaceplane (อากาศยานใช้ใน
อวกาศ) โดย Wickman Spacecraft & Propulsion (WSPC) โดยใช้ต้นแบบของ
NASA'S SHARP thermal protection system ระบบ Aero vehicle/Hypersonic
Technology ขับเคลื่อนด้วยพลังงานระเบิด ของ Hypersonic มีหลักการไม่ได้ใช้
ในการทำสงครามโดยตรง แต่ใช้ลาดตะเวณ ขนส่งสัมภาระกำลังทหารปกป้องโลก

มีความพร้อมทั้งฝูงบิน แปรขบวนสู่อวกาศภายใน 90 นาทีไปถึงทุกที่ ทุกมุมโลก
ที่มีภาวะอันตราย ทั้งนี้ 90% ระบบควบคุมด้วย Aerodynamic ความเร็วที่ 7 มัค
(Mach) เมื่อบินเหนือระดับน้ำทะเลโดยไม่เปลี่ยนทิศทาง ความเร็ว 11 มัค (Mach)
เมื่อบินระดับความสูง 100,000 ฟิต โดยไม่เปลี่ยนทิศทาง

มีศักยภาพโคจรร่อนในชั้นบรรยากาศ (Atmosphere) โดยไม่ต้องใช้พลังงานได้
หลังจากเสร็จภาระกิจ มีแผนการสำเร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ ราว 10-15 ปีข้างหน้า

Credit :
Wickman Spacecraft & Propulsion (WSPC)
GlobalSecurity.org
NASA Goddard Space Flight Center
 
 
 
ความเกี่ยวข้องต่อการรุนรานจาก UFO.

อาจมีความข้องใจของบุคคลบางกลุ่มเรื่อง UFO.ถูกปกปิดไว้ ว่าเป็นไปได้หรือไม่
ในการสงครามอวกาศ จะเตรียมการปกป้องโลก จากมนุษย์ต่างดาว ไว้ล่วงหน้า
โดยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ขณะนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ในประเด็นดังกล่าวที่ชัดแจ้ง
เพียงมีสมมุติฐาน หลักฐานแวดล้อม เรื่องโลกอื่น หรือ หลักฐานจากสำรวจระยะ
ไกลจาก การสืบค้นโลกใหม่ ในบางประเด็นเท่านั้น จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอใน
กรณี UFO.

ความหมายการสงครามในจักรวาล

จากจิตนาการบวกกับแนวคิดจากความเป็นจริงด้าน อวกาศวิทยา เท่าที่เราเข้าใจ
จึงเกิดความหมายของคำ ที่เกี่ยวข้องการการสงครามในจักรวาลดังนี้

Interstellar war ในความหมายเป็น สงครามระหว่างดวงดาว เกิดการสู้รบกันใน
ระหว่างการบัญชาการกองทัพต่างกัน ของระบบดาว (Different star systems)
เช่น ระบบสุริยะมีดาวหลักคือ Sun (ดวงอาทิตย์) กับระบบสุริยะอื่นที่มีดาวหลักอื่น
เช่นในระบบสุริยะพิเศษ 70 Virginis มี Host Star คือ 70 Virgins (ดวงอาทิตย์)

Intergalactic war ในความหมายเป็น การสงครามสู้รบระหว่างต่าง กาแล็คซี่ เช่น
Milky way กับ Andromeda Galaxy เป็นต้น

Interplanetary war ในความหมายเป็น การสงครามสู้รบระหว่างดาวเคราะห์ใน
ระบบเดียวกัน เช่น โลกกับ ดาวอังคาร หรือ ดาวศุกร์กับ ดาวพฤหัส เป็นต้น

ทั้งหมดนั้นยังไม่เป็นเรื่องจริง แต่เป็นแนวคิดนวนิยาย โดยคล้ายลัทธิล่าเมืองขึ้น (Colonial systems) ขึ้นเกิดก่อนหน้านี้ ในช่วงศตวรรษ ที่ 19-20
 
 
Interstellar war
 
 
ศักยภาพโลกมนุษย์สู่สงครามอวกาศ

ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ ป็นเพียงนิยายและภาพยนต์ ที่สร้างความสนุกสนาน ตื่นเต้น
เร้าใจ ถ้าหากเป็นเรื่องจริงแล้ว มีความเป็นไปได้เพียงใดที่เทคโนโลยีของมนุษย์
จะพร้อมสู่สนามรบอวกาศ หรือไม่ สามารถพิจารณา ด้วยเหตุผลดังนี้

1. ขณะนี้ยังไม่วัตถุดิบใดๆ หรือเทคโนโลยี่ที่ดีพอ เพื่อใช้สร้างอากาศยานรบระยะ
ไกลโดยมีมนุษย์ควบคุม เดินทางไปพร้อมยานได้ แม้แต่เพียง ริมขอบสุริยะ หาก
ยิ่งไกลออกไปมีปัญหาแรงเสียดทาน ในรูปแบบต่างๆจากฝุ่นหมอก Nebula หนา
ทึบความร้อนสูงมาก นับล้านองศา

2.ยังไม่เข้าใจถึง มิติอื่นที่มองไม่เห็น อาจปรากฎขึ้นในระบบ จักรวาลที่กว้างใหญ่
เป็นภาพลวงตามีจำนวนซ้ำของวัตถุ สีแสงผิดเพี้ยน เส้นตรงกลับเห็นเป็นเส้นโค้ง
มีอันตรายต่ออากาศยานและสภาวะชีวิตได้

3.ยังไม่มีข้อมูล วงโคจรของ อุกกาบาต ดาวเคราะห์น้อย ดวงจันทร์ขนาดเล็ก ที่
อาจสำรวจยังไม่ครบถ้วน มีผลต่อระบบแรงดึงดูด อันเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง

4 .อากาศยานและร่างกายมนุษย์ มีโอกาสเกิดอันตรายจาก รังสีต่างๆในอวกาศ
เช่น สสารมืด สภาพไร้น้ำหนักในรูปแบบอื่น ที่เรายังไม่เข้าใจและไม่รู้วิธีป้องกัน
เช่นเดียวกัน กรณีเกิด Killer electrons in space เหนือชั้นบรรยากาศของโลก

5.ยังไม่มีประสบการณ์ต่อการเดินทาง ในการใช้ชีวิตที่ห่างไกลโลกเกินกว่าระยะ
ทางไปดวงจันทร์ แม้ว่าในขณะนี้การเดินทางของมนุษย์สู่ ดวงอังคาร เป็นเรื่อง
ที่ต้องเตรียมการซับซ้อน และยังมีความกังวลต่อการเดินทางกลับมาสู่โลก

6.ยังไม่รู้ถึงผลกระทบต่ออาวุธต่างๆ เช่น ขีปนาวุธ การใช้ในอวกาศมีผลกระทบ
ต่อสภาพแวดล้อมกลับมาสู่อากาศยานที่ยิงออกไป ของอนุภาคหรือคลื่น รังสีบาง
ชนิด ซึ่งแม้แต่เสียงที่เกิดจากระเบิดในสูญญานกาศอวกาศ ในสภาพรอบอากาศ
ยาน จะไม่เหมือนเช่นที่เราได้ยินบนโลก

7.ปัญหาของพลังงานที่ใช้กับอากาศยานรบ จำต้องมีพลังงานสูงเป็นพิเศษทั้งอาวุธ
การขับเคลื่อนยาน ยังมีข้อจำกัดต่อน้ำหนักยาน จำนวนมนุษย์ร่วมเดินทางไปด้วย

ฉะนั้นขณะนี้จึงไม่มีโอกาส เช่นฉากในภาพยนต์เลยแม้แต่น้อย แต่อาจมีความเป็น
ไปได้ ในระยะหลายพันปีข้างหน้า หากเราสามารถนำพลังงานของจักรวาล บาง
ส่วน มาใช้เป็นองค์ ประกอบควบคู่กับเทคโนโลยี่สุดขั้วแห่งอนาคต ซึ่งพึงเริ่มใน
โครงการ ปฎิบัติการสืบค้นต้นกำเนิดจักรวาล ในปีนี้เอง

บทสรุปสงครามอวกาศ ที่เป็นไปได้

ในแง่ของสงครามอวกาศ ระยะ 20-30 ปีข้างหน้า เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะ
ใช้พื้นที่อวกาศ บริเวณเหนือพื้นโลก ระยะ 100-36,000 กม.เป็นสนามยุทธศาสตร์
อย่างน้อย อาจมีฐานยิงขีปนาวุธในอวกาศของบางกลุ่มประเทศ เพื่อการสงครามใน
อนาคตอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้
 
   
 
 


 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017