เกิดขึ้นด้วยความแข็งแกร่ง มั่นคง ด้วยการผูกมัดกันของแรงดึงดูด ขนาดใหญ่
ซึ่งได้รวบรวม
กลุ่มดาว กลุ่มสสารมืด (Dark matter) ทั้งฝุ่นหมอกอวกาศจึงรวม
เป็นวัตถุ ที่มีขนาดกว้าง ยาว ใหญ่ขึ้น เต็มด้วยแสงโชติช่วง รังสีความร้อนสูงมาก
ความหนาแน่นของมวล
ความแตกต่างของ
ประเภทกาแล็คซี่เกิดด้วยเงื่อนไขเหตุผล โดยสังเขปดังนี้
ถ้าก่อนหน้า ก๊าซทั้งหมดที่เป็นวัตถุดิบ ทำให้
การก่อตัวกำเนิดดาว มีเวลาเพียงพอ
ต่อขบวนพัฒนาการของกาแล็คซี่เอง ก็จะก่อรูปร่างขึ้นเป็นแผ่นจานกลม (Disk)
ทำให้เกิดกาแล็คซี่คล้ายรูปไข่ (Elliptical galaxy)
ถ้าก๊าซทั้งหมด มีเวลาสร้างความมั่นคงและเสถียร ทำให้การก่อตัวภายในแผ่นจาน
กลม ก่อให้เกิดกาแล็คซี่คล้ายกังหัน (Spiral galaxy)
บางกรณีกาแล็คซี่คล้ายรูปไข่ สามารถแปรสภาพกลมกลืนไปกับกาแล็คซี่ประเภท
อื่นได้ การสำรวจที่ผ่านมา มีการแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงประเภทของกาแล็คซี่
ดังนั้น กาแล็คซี่คล้ายกังหัน อนาคตอาจเป็นกาแล็คซี่คล้ายรูปไข่ได้เช่นกัน
ด้วยการวิเคราะห์ปัญหาใหญ่คือ มวลในกาแล็คซี่ ยังไม่ทราบทั้งหมด ถึงกลไกการ
ก่อตัวกาแล็คซี่ ทั้งนี้เป็น
การวิวัฒน์อย่างสืบเนื่องของจักรวาล โดยอาจมีเรื่องของ
หลุมดำ และ
ควอซาร์ เข้ามาเกี่ยวข้องใน ระบบกลไกการก่อตัวดังกล่าวด้วย
โดยแบ่งประเภท ตามหลักเกณฑ์ของ
Types of galaxies classified by Hubble
หรือจากความนิยมทั่วไป ของนักดาราศาสตร์ ดังนี้
Spiral Galaxy : ดาราจักรกังหัน
ลักษณะแบบมี แผ่นจานของกาแล็คซี่
(Galactic disk) ขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็น
กระเปาะกลม มีแขน (Arm) เหยียดออกไป หลายอันเป็นเกลียว เหมือนกังหัน
โดยมี2 องค์ประกอบหลัก
องค์ประกอบที่ 1 ภายในเต็มไปด้วย มวลสสารของดวงดาว (Interstellar Matter)
มีสีแดงเรือๆ (Reddish) หรือกลุ่มหมอกดำ มีกระจุกดาวใหม่เหตุด้วยมีมวลสาร
เพียงพอต่อการก่อตัวดาว สังเกตว่าจะมีดาวแสงฟ้าอ่อน (Bluish) บริเวณแขนของ
กาแล็คซี่ อยู่เป็นหย่อมๆ ซึ่งเป็นดาวเกิดใหม่อายุน้อย (Youg stars)
องค์ประกอบที่ 2 เต็มไปด้วย กลุ่มดาวเก่าแก่ มักมี
กระจุกดาวแบบทรงกลม อยู่ใน
บริเวณกระเปาะ เห็นมวลรัศมี แสงกระจายวงกลมเด่นชัดอยู่ตรงกลาง เมื่อมองจาก
ระยะไกล โดยกลุ่มดาวเก่าแก่ดังกล่าว มีอายุมากกว่าดวงอาทิตย์ เป็นพัฒนาการ
ดาวก้าวไปสู่การขยายตัว เปลี่ยนสภาพเป็น
ดาวยักษ์สีแดง (Red giants) สังเกต
ว่าดาวเหล่านี้ มีสีแดงหรือส้ม ท้ายที่สุดเมื่อก็าซซึ่งเป็นวัตถุดิบพร่องลง ก็จะก้าวสู่
สภาพ
ดาวหมดอายุขัย