|
|
| |
 |
 |
 |
| |
สิ่งที่เราเข้าใจระบบจักรวาลขณะนี้ คือ
เรารู้ว่าจักรวาลนั้น มีการขยายตัวออกไปอยู่ตลอดเวลา
เรารู้ว่าจักรวาลมีโครงสร้างสสารและพลังงานเชื่อมต่อกันทั้งระบบ
เรารู้ว่าจักรวาลทั้งหมดมีรูปทรงลักษณะโป่งแบน (ไม่กลม) แต่ยังมีข้อโต้แย้งกัน
ไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดนักในบางประเด็นจากการค้นหาด้านทฤษฏีควบคู่
ไปกับการ ทดลองในห้องปฏิบัติการ แม้กระทั่งข้อมูลมากมาย
จากภาพถ่ายโดยยานสำรวจ สัญญานคลื่นวิทยุทุกรูปแบบจากส่วนลึกของจักรวาล |
 |
จุดดำบนลูกโป่ง สมมุติเป็นกาแล็คซี่
แสดงการขยายตัวของจักรวาลเปรียบเสมือนการพองขึ้นของลูกโป่ง |
| |
|
| |
ถ้าจะกล่าวว่ามนุษย์นั้น คือ ประดิษฐ์กรรมที่มีความฉลาดที่สุดในจักรวาล
อาจจะยังกล่าวอ้างเช่นนั้นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นที่สุดในระบบสุริยะอาจเป็นไปได้
มนุษย์ มีข้อจำกัดของการเรียนรู้จากการมองเห็น เพราะจะเชื่อในสิ่งที่เห็น หากมองไม่เห็นก็จะไม่เชื่อ นับว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุและผลที่ถูกต้อง
ความก้าวหน้าระบบสุริยะนี้ ปัจจุบันความเฉลียวฉลาด ทำให้มนุษย์สร้างเครื่องมือ
ที่มีประสิทธิภาพ ศึกษาในสิ่งที่มนุษย์ ไม่สามารถมองเห็นได้ในอดีตได้
ทำให้เกิดแนวทาง ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ |
 |
มีความเป็นไปได้ ว่ารูปทรงจักรวาลอาจจะ
กลมอย่างผลส้ม (Spherical) หรือ ทรงเหมือนอานม้า (Saddle) หรือ ราบแบน (Flat)
ขณะนี้ยังไม่สามารถยุติข้อโต้แย้งได้ ถึงแม้จะมีข้อมูลสำรวจ
แต่ก็มีข้อจำกัดของจักรวาลที่ใหญ่โต ไกลเกินที่จะสรุปได้ |
| |
Fundamental : รากฐานดั้งเดิม
Quantum mechanics (กลศาสตร์ควอนตัม) อธิบายถึงสิ่งที่มีขนาดเล็กๆของ อะตอม โมเลกุล Electron และ Photon ส่วน Theory of relativity
(ทฤษฎี สัมพัทธภาพ) อธิบายถึง สิ่งที่มีขนาดใหญ่ของจักรวาล สองทฤษฎี
มีความเหมาะเจาะในแต่ละด้านไม่สามารถนำมารวมกันได้เลย จึงเป็นทางตัน ของการอธิบายภาพรวมของจักรวาล ที่มีสิ่งที่เล็กที่สุด และสิ่งที่ใหญ่ที่สุด |
| |
 |
Quantum Field Theory อธิบายสิ่งที่เล็ก
เช่น Spin-connection ของการวัดกำลังสนามแม่เหล็ก |
| |
 |
| Theory of relativity อธิบายสิ่งที่ใหญ่ เช่น ความแปรผัน ของ Time and space |
| |
M-theory : ต้นทางสู่ความเข้าใจ
โดยพื้นฐานด้านกายภาพของ อนุภาพ (Particle) เป็นส่วนที่เล็กที่สุด
เคลื่อนไหวอยู่ในอวกาศมีลีลาเป็นเส้นลากไปลากมา ผสมปนแปอย่างมากมาย
ลักษณะการ เคลื่อนไหวมีการชนกันและมีปฏิกิริยาต่อกันอย่างอิสระ
แต่ก็มีเอกลักษณ์เป็นรูปแบบเฉพาะเป็นชุดๆของกลุ่มย่อย
โดยมีสถานะเป็นมวลสสาร (Mass) ประจุไฟฟ้า (Electric charge) และมีสี (Color) ของแสง ที่เกิดจากประจุ ไฟฟ้าหมุนตัว (Spin) ของอนุภาพ
ทั้งหมดนั้นเป็น การต่อยอดความคิดจาก Quantum Field Theory (QFT) มีเค้า โครงระหว่าง ทฤษฏี Quantum mechanics กับ Theory of relativity
สามารถที่จะอธิบายถึง แรงทั้ง 4 ประเภทจากธรรมชาติ คือ
แรงโน้มถ่วง (Gravity) แรงแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetism) และแรงนิวเคลียร์อีก 2 ชนิดคือแรงนิวเคลียร์ ชนิดอ่อน-แรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม
(Strong & Weak nuclear forces) จากทฤษฎี Electroweak Theory ปัจจัยสำคัญ แรงทั้ง 4 ประเภทที่กล่าว
เป็นแรงที่ยึดระบบจักรวาลทั้งมวลไว้ด้วยกันรวมถึงระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์ โลก ตัวเราด้วย หากแรง ทั้ง 4 นี้หยุดทำงานหรือหายไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
ทุกอย่างจะแตกกระจาย ระบบจักรวาลจะดับมอด ดวงอาทิตย์ โลก ตัวเรา
จะแตกระเบิดออกเป็นชิ้นๆ นั้นคือระบบพื้นฐานที่เชื่อมต่อกันทั้งจักรวาล |
| |
 |
| อนุภาพ Two Z bosons ในห้องปฎิบัติการ |
 |
การตรวจจับอนุภาพ Neutrino (อนุภาพล่องหน)
ด้วย The ANTARES neutrino telescope เป็นครั้งแรก เมื่อ กุมภาพันธ์ 2007
อนุภาพชนิดนี้ เป็นอนุภาพ ที่เหมือนไม่มีตัวตน คุณสมบัติสามารถวิ่งผ่านทะลุทุกสิ่งทุกอย่าง
เช่นวิ่งจากโลกอีกด้านทะลุออกอีกด้าน ได้อย่างสบายจึงเป็นอนุภาพที่น่าสนใจ
ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับ ระบบของจักรวาล |
| |
| |
String Theory : บริบทความเข้าใจถัดมา
จากสิ่งที่เรารู้ว่า อนุภาพที่เคลื่อนไหวมากมายอยู่นั้น มีความสามารถเชื่อมรวม
ประสานกันเป็นสายใย (String) โดยเส้นสายใยเหล่านั้นมีลักษณะเป็น
ลำกล้อง บริเวณปลายทั้งสองด้าน สามารถเปิด-ปิดได้ สายใยสั่นไหวตัวเอง
อย่างอิสระ ความถี่ของการสั่นไหวนั้น จะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของ
แต่ละอนุภาพ (Different particle types) และตามแต่ชนิดของ มวลสสาร
หรือการหมุนตัวเองของอนุภาพ จากการแสดงของประจุไฟฟ้า ประกอบด้วยจำนวน
ของ Electron และ Photon ทำให้ กลุ่มอนุภาพ ตอบสนองกับแรงโน้มถ่วง
เป็นเงื่อนไขเดียวกัน ในทฤษฎี Theory of quantum gravity |
| |
 |
| นี้คือระบบที่เล็กที่สุด (เล็กกว่าอะตอม) ของจักรวาลที่มนุษย์รู้จักในทศวรรษนี้ |
| |
 |
| แต่ละเส้นมีปลายเปิด-ปิด สามารถเชื่อมต่อกันเองได้เป็น วงแหวน |
| |
ถ้าจะอธิบายให้ง่ายขึ้น สิ่งที่เป็นอนุภาพเปรียบเสมือน Cell ชิ้นส่วนเล็กๆ
ในร่างกายของเราที่มีเป็นจำนวนมาก ถ้าเราทราบถึงระบบการทำงานของ Cell
เราก็จะทราบถึงระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ และท้ายสุดเราก็ทราบว่า
ทุกส่วนของ ร่างกายเชื่อมโยงการทำงานอย่างไร
เช่นกัน ถ้าเราเข้าใจการทำงานของอนุภาพ ที่เล็กที่สุดในระบบต่างๆของจักรวาล
มีการทำงานอย่างไร เมื่อรวมกันเป็นกลุ่ม ก้อนใหญ่ขึ้นจนเป็นระบบ เราก็จะทราบถึงการเชื่อมโยงระบบได้ เพราะเป็นการสืบค้นจากจุดที่เล็กที่สุด |
| |
 |
ภาพ Highly technical แสดงการเชื่อมโยง แบบ Supersymmetry
ของ Superstring
โดย Lawrence Berkeley National Laboratory / University of California |
|
|
|
|