Uranus : ดาวยูเรนัส
    Since : January 23, 2007                                                                                                                                 Latest update : Feb 27, 2009
 
0
Home
0
จักรวาลวิทยา
0
ดาราศาสตร์
0
ระบบสุริยะพิเศษ
0
ระบบสุริยะ
0
โลกสีน้ำเงิน
0
แร่วิทยา
0
รายงานพิเศษ
0
ซันฟาวเวอร์
0
Non-profit organization
 
 
   Uranus : ดาวยูเรนัส
 
ภาพรวม เรื่องดาวยูเรนัส
 
 
ด้วยระยะทางห่างจากโลก ประมาณ 19 AU.เป็นดาวเคราะห์มีเรื่องราวน้อย และไม่
ค่อยจะมีข้อมูลให้ทราบมากนักในอดีต ด้วยความห่างไกลมาก

ด้านกายภาพ ดาวยูเรนัส มีขนาดใหญ่กว่าโลก เล็กกว่าดาวเสาร์และดาวพฤหัสแต่
สภาพดาวยูเรนัส มีบรรยากาศเต็มไปด้วย Hydrogen – Helium และ Hydrogen
compounds ที่มีส่วนประกอบของน้ำ แอมโมเนีย ก๊าซมีเทน โดยเฉพาะก๊าซมีเทน
มีมากกว่าดาวเสาร์และดาวพฤหัส ถึง 20 %

การที่ก๊าซมีเทนลอยตัวสู่ ด้านบนของชั้นบรรยากาศ จึงดูดกลืนแสงสีแดงไว้ปลด
ปล่อยเฉพาะแสงสีน้ำเงินออกมาในชั้นกลุ่มเมฆก๊าซมีเท็น ทำให้เห็นสีสันภายนอก
ดาวยูเรนัสเป็นเฉดสีน้ำเงิน และสีฟ้าอมเขียว
 
 
ดาวยูเรนัส มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่าโลก 4 เท่า ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นระยะทาง 19 เท่า
หากเทียบกับโลกเรามีน้ำหนัก 180 ปอนด์ บนโลก บนดาวยูเรนัสหนักเพียง 160 ปอนด์
 
 
วงแหวน ด้านนอก (Outer rings) จำนวน 10 วงแหวน มีสีทึบ ส่วน วงแหวนที่ 11 ด้านใน เป็นแถบพร่ามัวกระจาย บางวงมีความกว้างไม่ถึง 1 กม. วงกว้างที่สุด 17,000 กม.
 
 
ระยะใกล้ของดาวยูเรนัส เห็นสีสันที่แตกต่างออกไป
 
 
พื้นผิวดาวยูเรนัส เต็มไปด้วยกลุ่มก๊าซเลื่อนลอย
 
 
ในระดับชั้นบรรยากาศ มีความแตกต่างกับดาวเคราะห์กลุ่ม Jovian ดวงอื่น เมื่อมอง
เปรียบเทียบแล้วพบว่า ดาวยูเรนัส มีสีทีใสกว่าดาวเนปจูน ด้วยเพราะว่าหมอกควัน
Smog (ลักษณะเช่นเดียวกับหมอกควันที่ปล่อยจากโรงงานอุตสหกรรมบนโลก)

เป็นตัวการไล่กระจายแสง หลังจากก๊าซมีเทน ลอยตัวขึ้นมามาก บนชั้นบรรยากาศ
และองค์ประกอบที่เกิดเช่นนั้นได้อีกประการหนึ่ง เนื่องด้วยดาวยูเรนัสโคจรไปด้วย
มุมเอียงกระดกมาก (Sideways axis tilt)
 
 
นอกจากมีวงแหวนลักษณะ กระดกเอียงแล้ว สนามแม่เหล็กดาวยูเรนัส เป็นมุมทแยง 60 องศา
 
 
จุดสีดำ (Dark spots) บนพื้นผิวดาวยูเรนัส ที่เฝ้าสังเกตการณ์หลายปี
ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย แสดงถึงลักษณะบรรยากาศของฤดูกาลที่ยาวนาน
 
 
วงแหวนมีแสงกระพริบได้

สภาพแท้จริง ดาวยูเรนัส ขาดแคลนสภาพการเกิด ลมฟ้าอากาศทั้งๆ ที่โครงสร้าง
ภายในเป็นประเภทเดียวกับดาวพฤหัส ดาวเสาร์ เหตุผลก็คือการสันดาปภายในของ
ดาวยูเรนัสต่ำ ด้วยภายในแกนลึก มีของเหลวที่ก่อตัวจากน้ำแข็ง (Icymaterials)
มีองค์ประกอบก๊าซมีเทน ก๊าซแอมโมเนีย

ทำให้บนพื้นผิวคล้ายกับ การเลื่อนลอยของก๊าซ ไม่มีแถบของกลุ่มเมฆหนาเช่น
ดาวเคราะห์อื่นที่กล่าวมา และสนามแม่เหล็ก ของดาวยูเรนัส มีลักษณะผิดปกติ
ไม่เหมือนโลก ไม่เหมือนดาวเสาร์และดาวพฤหัส โดยจะเป็นมุมทแยง 60 องศา
มีพลังสนามแม่เหล็กมากกว่าโลกถึง 48 เท่า

อดเล่าถึงเรื่องวงแหวน ของดาวยูเรนัสไม่ได้ว่า เส้นวงแหวนเมื่อมองระยะไกลจาก
โลก ขณะมีดาวโคจรผ่านด้านหลัง จะกระพริบได้เหมือนเปิด-ปิด อย่างแปลกประ-
หลาด เมื่อดาวโคจรห่างจนหายลับไป จะกระพริบถี่เหมือนไฟฉุกเฉินรถพยาบาล

ปรากฎการณ์ดังกล่าวอธิบายได้ว่า การกระพริบเกิดจากแสงของดาวกระทบกับ
แนววงแหวนมีลักษณะ ของกลุ่มหินก้อนน้ำแข็งโคจร มีระยะห่างกระจัดกระจาย
แสงจึงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ปัจจุบันยังไม่เข้าใจว่า ทำไมวงแหวนดาวยูเรนัสมีความ
บางและเอียงกระดกมาก
 
 
ลักษณะกระพริบถี่เหมือนไฟฉุกเฉินรถพยาบาล
 
 
วงแหวนดาวยูเรนัส แท้จริงแล้ว ดำด้วยอนุภาคฝุ่นหมอก และบางจึงมองเห็นยาก
 
 
วงแหวนดาวยูเรนัสภาพถ่ายจากระยะห่างเพียง 4.17 กม.
 
 
ดวงจันทร์ดาวยูเรนัส ปัจจุบันมี 27 ดวงเริ่ม จากดวงจันทร์ Oberon และดวงจันทร์
Titania นักดาราศาสตร์ ถือว่าเป็น king and queen of the fairies

ดวงจันทร์ Oberon

จากลักษณะพบว่ามีความเก่าแก่เป็นพิเศษ เส้นผ่าศูนย์กลาง 761 กม.โคจรห่าง
จากดาวยูเรนัส 580,000 กม. พื้นผิวเป็นน้ำแข็ง แสดงรอยสันดาปบางอย่างจาก
ภายในเป็นรอยดำๆบนผิว หลายแห่ง รอยร่องของหลุมอุกกาบาต มีขอบสูงถึง
6 กม.โดยรอบมองดูแล้วมีความสว่างคล้ายกับ ดวงจันทร์ Callisto ของดาวพฤหัส

ดวงจันทร์ Titania


มีขนาดใหญ่ที่สุด ของดาวยูเรนัส เส้นผ่าศูนย์กลาง 1,600 กม.วงโคจรห่างจาก
ดาวยูเรนัส 430,000 กม. มีร่องรอยของหลุมอุกกาบาตเป็นแอ่งๆ ปกคลุมด้วยหิน
ขรุขระมากมาย ยังพบว่าบนพื้นผิวมีร่องรอยความเสียหายจาก รอยสันดาปบาง
อย่างบนพื้นผิว
 
 
ดวงจันทร์ Oberon ถ่ายภาพจากระยะห่าง 660,000 กม.
 
 
ดวงจันทร์ Titania ภาพ ถ่ายจากระยะห่าง 500,000 กม.
 
 
ตำแหน่งวงโคจร ดวงจันทร์บริวารของดาวยูเรนัส
 
 
ภูเขาน้ำแข็งบนดวงจันทร์ Titania
 
 
วงแหวนดาวยูเรนัสมีความบาง และเอียงกระดกมาก
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 
 
       © copyright sunflowercosmos 2007-2017